Kunkrusawai’s Weblog

คุณครูไสว โรงเรียนวัดแสงสรรค์

กิจกรรมการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science show) เมษายน 20, 2008

การแสดงทางวิทยาศาสตร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สงวนลิขสิทธิ์โดย นางไสว เครือรัตนไพบูลย์
อนุญาตเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำไปใช้เพื่่อการค้าหรือประโยชน์อื่นใด

About these ads
 

4 Responses to “กิจกรรมการประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science show)”

  1. kunkrusawai พูด:

    สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ความรู้เยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

  2. kunkrusawai พูด:

    (ประชดนะเมื่อกี้นี้) จาก 5306

  3. จรัส สุนทรเพราะ พูด:

    ขอตัวอย่างเกมทางวิทยาศาสตร์ระดับประถม(sience Show)เพื่อจะนำไปจัดเข้าค่ายวิชาการให้กับนักเรียน

    • kunkrusawai พูด:

      มีมาให้เป็นตัวอย่าง ถ้าอาจารย์สนใจก็ติดต่อ monsicha_aey@hotmail.com จะสะดวกกว่านะคะ web นี้นานๆจะเข้ามาดูที
      วันนี้อาจารย์จัดค่ายไปหรือยังคะ ถ้าจัดไปแล้วก็ขอโทษด้วยเพิ่งจะเปิดดู

      รายงานการแสดงวิทยาศาสตร์
      (Science Show)
      ……………………………………………………………………………………………………………………………

      ชื่อเรื่อง มหัศจรรย์ของเหลว

      โดย 2. เด็กหญิงสุธิตา วงศ์วัน
      1. เด็กหญิงฐิติยาภร แย้มยินดี
      3. เด็กหญิงสุธิดา ภูมิศรีจันทร์
      มูลเหตุจูงใจ

      ในการเรียนวิทยาศาสตร์มีกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้นำความคิดสร้างสรรค์และทักษะกระบวนการทางวิทยาสาสตร์ไปใช้ในการสืบเสาะแสวงหาความรู้ แก้ปัญหา หรือประดิษฐ์คิดค้นด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกโดยนำหลักการวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับกิจกรรม จะทำในเวลาเรียนหรือนอกเวลาก็ได้ กิจกรรมนี้จะทำเป็นกลุ่มหรือรายบุคคลก็ได้ เป็นการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ โดยมีการวางแผนเพื่อเสริมทักษะภายใต้การแนะนำปรึกษาและการดูแลของครู เมื่อฝึกจนชำนาญสามารถนำไปแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน ๆ ได้ทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความสนุกสนาน ทำให้เกิดความรักในวิชาวิทยาศาสตร์อีกด้วย

      เนื้อหาโดยย่อ

      ในการแสดงครั้งนี้ได้แบ่งการแสดงเป็น 3 ชุด โดยทุกชุดการแสดงจะเกี่ยวข้องกับน้ำซึ่งเป็นของเหลวทั้งสิ้น
      ชุดที่ 1 มหัศจรรย์ในของเหลว
      ชุดแรกเป็นการแสดงให้เห็นว่าของเหลวแต่ละชนิดถ้าไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว เมื่อนำมาผสมกันจะแยกชั้นกันเสมอ รวมทั้งการแสดงให้เห็นว่าวัตถุต่างชนิดกันจะลอยในของเหลวต่างชนิดกันได้เหมือนกันหรือแตกต่างกัน โดยมีวัสดุอุปกรณ์ดังนี้
      1. ขวดแก้วปากกว้าง
      2. จาน
      3. น้ำ
      4. น้ำมันพืช
      5. น้ำหวานเข้มข้น
      6. กระดุมพลาสติก
      7. ลูกแก้ว
      8. มะเขือพวง
      9. เหรียญสลึง
      10. ลูกปิงปอง
      11. พวงกุญแจ
      12. อื่น ๆ
      วิธีการแสดง 1. ตวงน้ำมันพืช น้ำหวาน และน้ำ อย่างละ 1 แก้ว
      2. เทน้ำมันพืช น้ำหวาน และน้ำ ลงในขวดปากกว้างที่เตรียมมา สังเกต
      การเรียงลำดับชั้นของของเหลว
      3. ค่อย ๆ ใส่วัตถุต่าง ๆ ทีละชิ้น ลงในของเหลว สังเกตว่าวัตถุแต่ละชนิด
      อยู่ที่ตำแหน่งใด
      หลักการวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในชุดนี้ คือ ของเหลวแต่ละชนิดถ้าไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว เมื่อนำมาผสมกันจะแยกชั้นกันเสมอ และวัตถุแต่ละชนิดจะอยู่ในของเหลวที่ตำแหน่งต่าง ๆ กัน บางชนิดจมอยู่ที่ก้นภาชนะ แสดงว่า วัตถุนั้นหนักกว่าของเหลวทั้ง 3 ชนิด บางชนิดลอยอยู่ในชั้นของน้ำเชื่อม แสดงว่า วัตถุนั้นหนักกว่าน้ำมันพืชและน้ำแต่เบากว่าน้ำเชื่อม บางชนิดลอยอยู่ในชั้นของน้ำ แสดงว่า วัตถุนั้นหนักกว่าน้ำมันพืชแต่เบากว่าน้ำ บางชนิดลอยอยู่ในชั้นของน้ำมันพืช แสดงว่า วัตถุนั้นหนักกว่าน้ำมันพืช
      การนำไปใช้ประโยชน์ คือ นำไปประดิษฐ์เป็นของเล่นได้หรือเวลาเราทำน้ำหกลงไปในน้ำมันเราสามารถแยกน้ำมันมาใช้ต่อได้เพราะน้ำกับน้ำมันเมื่อนำมาผสมกันจะแยกชั้นกันเสมอ
      ชุดที่ 2 พายุหมุนในขวดพลาสติก
      ชุดนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าการเทน้ำจากขวดพลาสติก ถ้าเพียงแค่คว่ำขวดพลาสติกลง น้ำในขวดจะไม่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อกระแสน้ำวนในขวดแล้ว น้ำในขวดจะไหลออกมาอย่างรวดเร็ว โดยมีวัสดุอุปกรณ์ ดังนี้ คือ
      1. ขวดพลาสติกขนาดความจุ 1 ลิตร หรือมากกว่านั้น
      2. น้ำ
      วิธีการแสดง 1. เติมน้ำใส่ขวดไม่ต้องเต็มมากใช้ดินน้ำมันปิดปากขาดแล้วเจาะรูไว้
      ขนาด 1 เซนติเมจร
      2. คว่ำขวดลงแล้วปล่อยให้น้ำไหลออกมากว่าน้ำจะไหลออกหมด สังเกต
      3. ทำใหม่คราวนี้หลังจากคว่ำขวดแล้ว ให้หมุนขวดจนมีกระแสน้ำวน เกิดขึ้นภายในขวด น้ำในขวดจะไหลออกมาอย่างรวดเร็ว
      หลักการวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในชุดนี้ คือ การสังเกตการณ์ไหลของน้ำทั้งครั้งที่หนึ่ง และครั้งที่สอง โดยเฉพาะครั้งที่สอง จะเห็นว่ากระแสน้ำจะไหลออกมาโดยที่บริเวณใจกลางที่เป็นรูกลวงอากาศบริเวณใต้ขวดจะไหลเข้าสู้ขวดโดยผ่านรูนี้ และด้วยแรงดันของอากาศนี้แหละน้ำในขวดจึงไหลออกมาอย่างรวดเร็ว
      การนำไปใช้ประโยชน์ คือ เวลาเทน้ำออกจากขวดให้หมุนขวดด้วยน้ำในขวดจะไหลออกมาอย่างรวดเร็วประหยัดเวลาในการเทน้ำออกจากขวด

      ชุดที่ 3 กระแสน้ำ
      ชุดนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการไหลของน้ำ โดยมีวัสดุอุปกรณ์ ดังนี้ คือ
      1. ขวดแก้วปากกว้างที่มีขนาดเท่ากัน 2 ใบ
      2. สีผสมอาหาร
      3. น้ำร้อนและน้ำเย็น
      4. ฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นเล็กๆ

      วิธีการแสดง 1. เทน้ำร้อนใส่ขวดใบหนึ่งและน้ำเย็นใส่ขวดใบหนึ่งจนเต็ม
      2. ใส่สีเล็กน้อยลงในขวดน้ำร้อน
      3. ใช้กระดาษปิดปากขวดน้ำเย็น แล้วคว่ำลงวางบนปากขวดน้ำร้อน
      4. ดึงกระดาษออก พยายามให้ปากขวดทั้งสองแนบกันสนิท สังเกตการ
      ไหลของน้ำ ในขวดทั้งสองใบ
      หลักการวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในชุดนี้ คือ น้ำร้อนซึ่งเป็นน้ำสีในขวดใบล่างจะไหลเข้าสู่ขวดใบบน และน้ำเย็นในขวดใบบนจะไหลลงขวดใบล่าง ทั้งนี้เพราะน้ำเย็นหนักกว่าน้ำร้อน จึงไหลลงสู่ขวดล่าง แล้วดันให้น้ำร้อนไหลขึ้นข้างบน กลายเป็นกระแสน้ำ
      การนำไปใช้ประโยชน์ คือ นำไปประดิษฐ์เป็นของเล่น

      รายงานการแสดงวิทยาศาสตร์
      (Science Show)
      ……………………………………………………………………………………………………………………………

      ชื่อเรื่อง ลูกเหม็นเต้น ดับไฟดนตรีกระดาษ

      โดย 2. เด็กหญิงกมลชนก เลิศเรืองรอง
      1. เด็กหญิงอรวรรณ แก้วดวงจิตร
      3. เด็กหญิงณิชากร ดำนาค
      มูลเหตุจูงใจ

      ในการเรียนวิทยาศาสตร์มีกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้นำความคิดสร้างสรรค์และทักษะกระบวนการทางวิทยาสาสตร์ไปใช้ในการสืบเสาะแสวงหาความรู้ แก้ปัญหา หรือประดิษฐ์คิดค้นด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกโดยนำหลักการวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับกิจกรรม จะทำในเวลาเรียนหรือนอกเวลาก็ได้ กิจกรรมนี้จะทำเป็นกลุ่มหรือรายบุคคลก็ได้ เป็นการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจ โดยมีการวางแผนเพื่อเสริมทักษะภายใต้การแนะนำปรึกษาและการดูแลของครู เมื่อฝึกจนชำนาญสามารถนำไปแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน ๆ ได้ทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ รวมทั้งความสนุกสนาน ทำให้เกิดความรักในวิชาวิทยาศาสตร์อีกด้วย

      เนื้อหาโดยย่อ

      ในการแสดงครั้งนี้ได้แบ่งการแสดงเป็น 3 ชุด โดยชุดการแสดงจะเกี่ยวข้องกับ ผงฟูหรือเบกิ้งโซดา ลูกเหม็น น้ำส้มสายชู และกระดาษ

      ชุดที่ 1 ลูกเหม็นเต้นระบำ
      ชุดแรกเป็นการแสดงให้เห็นว่าโดยปกติลูกเหม็นจะจมน้ำ แต่การทดลองนี้ ลูกแหม็นจะลอยได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยมีวัสดุอุปกรณ์ดังนี้
      1. ขวดใส่น้ำ 2 ใบ
      2. ลูกเหม็น
      3. น้ำส้มสายชู
      4. ผงฟูหรือเบกิ้งโซดา
      5. น้ำร้อน
      6. บิกเกอร์ขนาด 50 ซีซี 2 ใบ
      วิธีการแสดง 1. เทน้ำร้อนใส่ขวดชมพู่จนเกือบเต็ม ทั้ง 2 ใบ
      2. ใส่ผงฟูขวดทางซ้ายมือ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วคนจนละลายจนเป็นเนื้อเดียวกัน
      3. เตรียมน้ำใส่บิกเกอร์ ใบที่ 1 และน้ำส้มสายชูใส่บิกเกอร์ใบที่ 2 ในปริมาณเท่าๆ กัน
      4. เทน้ำจากบิกเกอร์ทางขวามือใส่ขวดชมพู่ทางขวามือ เทน้ำส้มสายชูจากบิกเกอร์ทางซ้ายมือใส่บิกเกอร์ทางซ้ายมือ
      5. หย่อนลูกเหม็นลงไปในขวดชมพู่ทั้ง 2 ใบ ๆ ละ 5 ลูก
      หลักการวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในชุดนี้ คือ ลูกเหม็นจะจมลง แต่ต่อมาจะมีฟองไปเกาะล้วพยุงให้ลูกเหม็นลอยขึ้น เมื่อลอยถึงผิวน้ำ ฟองที่เกาะจะแตกออก แล้วลูกเหม็นก็จ้ค่อยๆ จมลงไปอีก เหตุการณ์จะเกิดซ้ำอยู่เช่นนี้จึงทำให้ดูเหมือนว่าลูกเหม็นเต้นระบำ ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ผงฟูกับน้ำส้มสายชู จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ซึ่งมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ ฟองของมันจะเกาะที่ผิวหยาบๆ ของลูกเหม็น และทำหน้าที่เป็นทุ่นพยุงให้ลูกเหม็นลอยน้ำ
      การนำไปใช้ประโยชน์ คือ นำไปส่งสัญญาณเรียกคนที่อยู่ไกลๆ ให้ได้ยินเสียง โดยไม่ต้องใช้วิธีตะโกน
      ชุดที่ 2 เครื่องดับเพลิง
      ชุดนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าก๊าซออกซิเจนมีอยู่ทั่วไปในอากาศ และช่วยให้สิ่งของต่างๆ ติดไฟ ส่วนก๊าซที่ใช้ในการดับไฟ คือ คาร์บอนไดออกไซค์ โดยมีวัสดุอุปกรณ์ ดังนี้ คือ
      1. ขวดโหลใสขนาดใหญ่ 1 ใบ(ใหญ่พอที่จะใส่เทียน 3 แท่งได้
      2. ผงฟูหรือเบกิ้งโซดา
      3. น้ำส้มสายชู
      4. เทียนไข 3 แท่ง
      5. ไม้ขีดไฟ
      วิธีการแสดง
      1. จุดเทียนแล้วให้เทียนหยดลงก้นกระป๋อง ปักเทียนทั้ง 3 แท่งที่ก้นกระป๋องให้แน่น
      2. โรยผงฟูลงบนก้นกระป๋อง
      3. จุดเทียนทั้ง 3 แท่ง
      4. เมื่อเทียนไขติดไฟแล้ว ค่อยๆ เทน้ำส้มสายชูใส่ในขวดโหลให้ไหลตามข้างขวดโหล ระวังอย่าให้ไฟดับ สังเกตดูให้ดี ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
      หลักการวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในชุดนี้ คือ จากการทดลองจะเกิดฟองของคาร์บอนไดออกไซค์ที่ก้นโหล ฟองเหล่านี้จะไปดันให้อากาศออกซิเจนออกจากกระป๋อง เมื่อในขวดโหลไม่มีออกซิเจน เทียนก็จะดับ โดยที่เทียนไขเล่มที่สั้นที่สุดจะดับก่อน
      การนำไปใช้ประโยชน์ คือ ในการดับไฟที่ไม่สามารถดับด้วยการเป่าได้ก็ให้ใช้วิธีนี้แต่ถ้าเกิดเพลิงไหม้ก็อย่าใช้วิธีนี้ ให้เรียกรถดับเพลิง
      ชุดที่ 3 นกหวีดกระดาษ
      ชุดนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงการนำกระดาษมาพับแล้วเป่าลมเข้าไปเท่านั้นก็จะได้ยินเสียงประหลาดราวกับเสียงไดโนเสาร์ โดยมีวัสดุอุปกรณ์ ดังนี้ คือ
      1. กระดาษขนาดต่างๆ หลายๆแผ่น
      วิธีการแสดง
      1. ตัดกระดาษให้มีขนาดต่างๆ กันหลายๆ แผ่น
      2. พับครึ่งตามยาวล้าพับปลายกระดาษทั้งสองออกมาด้านนอก
      3. ตัดบริเวณรอยพับให้เป็นรู
      4. ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบส่วนที่พับขึ้นมา(ปลายกระดาษส่วนที่พับออกมาข้างนอกจะกางออกในแนวราบ)
      5. นำช่องกระดาษส่วนที่ใช้นิ้วหนีบไว้มาใกล้ปาก แล้วเป่าลมเข้าไปแรงๆ
      หลักการวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในชุดนี้ คือ เมื่อเป่าลมผ่านช่องระหว่างกระดาษนั้น จะทำให้กระดาษเกิดการสั่นอย่างรวดเร็ว การสั่นของกระดาษจะทำให้อากาศรอบๆ สั่นตามเกิดเป็นเสียงดังออกมา การที่กระดาษสั่นนั้นสามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีของแบร์นูลลีที่ว่า “บริเวณที่อากาศเคลื่อนที่เร็ว ความดันอากาศจะต่ำลง” หากเปลี่ยนความกว้างของกระดาษส่วนที่พับซ้อนกัน จะทำให้เสียงที่ออกมาสูงต่ำต่างกันออกไป นอกจากนั้นแม้ไม่ตัดรูในกระดาษก็ยังมีเสียงออกมาบ้างเล็กน้อย
      การนำไปใช้ประโยชน์ คือ นำไปประดิษฐ์เป็นของเล่น โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อของเล่นแพงๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว ดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริโดยน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.